Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Naprapats

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 175
31
ขายดาวน์  215,800 ( กค 2564 ) ห้อง 716

36


ธนาคารซิตี้แบงก์ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศ และสินเชื่อการค้า (Treasury and Trade Solutions) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่สำหรับลูกค้าสถาบันและองค์กรให้สามารถดำเนินการชำระเงินระหว่างประเทศได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นผ่าน “ศูนย์จัดการเอกสารดิจิทัล ซิตี้ไดเรกต์บีอี” (CitiDirect BE® Document Center) โดยเปลี่ยนการใช้เอกสารแบบกระดาษให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อปรับลดกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินระหว่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยพร้อมให้บริการในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทั้งนี้บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของซิตี้ที่จะเปลี่ยนระบบการดำเนินงานทั่วโลกให้เป็นระบบดิจิทัล โดยธนาคารฯ ได้เปิดตัวศูนย์จัดการเอกสารนี้เป็นครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้เมื่อเดือนมีนาคม 2564
ทั้งนี้ “ซิตี้ไดเรกต์บีอี” (CitiDirect BE®) เป็นแพลตฟอร์มธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ของซิตี้สำหรับลูกค้าสถาบัน โดยศูนย์เอกสาร (Document Center) จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการส่งเอกสารดิจิทัล และจัดการกับกระบวนการต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศ
นายอามิต อการวาล ผู้บริหารระดับโลกฝ่ายการชำระเงินระหว่างประเทศ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ธุรกรรมการชำระเงินเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับซิตี้ในการเป็นดิจิทัลแบงก์กิ้ง โดยการเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัลที่มากขึ้นนี้ทำให้ซิตี้สามารถนำเสนอบริการใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ซิตี้สร้างประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะการชำระเงินระหว่างประเทศซึ่งเป็นธุรกรรมที่มีความซับซ้อน ซึ่งซิติ้ได้พัฒนากระบวนการทำธุรกรรมดังกล่าวให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าเพื่อให้ทันกับโลกที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างสูงในปัจจุบัน ดังนั้นซิตี้จึงได้ลงทุนในดิจิทัลโซลูชันที่จะมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สามารถเคลื่อนย้ายทุกสกุลเงินได้ตลอดเวลาในทุกช่องทาง
“ศูนย์เอกสาร” (Document Center) นี้จะช่วยจัดการเอกสารให้สมบูรณ์ มีการจัดการและติดตามแบบดิจิทัล โดยลูกค้าจะได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร ระเบียบข้อบังคับ และข้อกำหนดด้านข้อมูลสำหรับประเภทการชำระเงินต่าง ๆ ล่วงหน้า ทั้งนี้บริการเบ็ดเสร็จในการติดต่อเพียงครั้งเดียวช่วยสร้างความชัดเจนระหว่างคำสั่งชำระเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์ที่สะดวกและง่ายดายต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถติดตามสถานะของเอกสารบนแพลตฟอร์มโดยใช้ Citi® Payment Insights ด้วยการเข้าถึงการรายงานและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเงินสดและธุรกรรมระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นายซานจีฟ เจน ผู้บริหารฝ่ายการชำระเงินและลูกหนี้ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การทำธุรกรรมของธนาคารกำลังเปลี่ยนไปเป็นตลอดเวลา หรือ 24/7 โดยการเปิดตัวบริการการชำระเงินของซิตี้ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนลูกค้าในยุคการค้าดิจิทัลที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถประมวลผลการชำระเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในขณะที่ยังสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ อีกทั้งกระบวนการดังกล่าวมีความโปร่งใสและช่วยลดความยุ่งยาก ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการการดำเนินงานในแต่ละวันเป็นไปอย่างสะดวกและดียิ่งขึ้น

นายแพทริค โอนีลล์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้แบงก์มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับลูกค้าองค์กร ภาครัฐ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมการพัฒนาแพลตฟอร์มการดำเนินงานระดับโลกเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการให้กับลูกค้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และการเชื่อมต่อทางดิจิทัลที่ราบรื่นผ่านระบบอีโคซิสเท็มทั้งกับพันธมิตรและลูกค้า โดยซิตี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้สู่ประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนา และนำเสนอดิจิทัลโซลูชันที่หลากหลาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกประเภท

37
นมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet  ชอบหวานน้อย นมเน้นๆ มีแคลเซียม ต้องลอง นมอัดเม็ด milk tablet หลายเจ้าในตลาดมากมาย แต่ทำไมนมอัดเม็ดไทยชอง milk tabletแจ้งเกิดเป็นนมอัดเม็ดดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะ ความนัวนม ย้ำว่านัวนมๆจริง และรสชาติหวานน้อย ที่เอาใจคนที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น รสชาติไม่หวานเลี่ยน การันตีไม่หวานแหลมแสบคอ  นมก็นมแท้ๆแน่นๆ จากนิวซีแลนด์ มี 2 ขนาดให้เลือก 





1.นมอัดเม็ดไทยชอง  milk tablet ขนาด 20 กรัมเป็นรูปซองขวด 1 ซองมี 15 เม็ด ขายปลีกซอง 12 บาท ฮัลโล ไม่แพงน้า รสชาติต้องได้ลอง เลือกคุณภาพ ประโยชน์ และ อร่อยด้วย คุ้มค่า

 

2.นมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet ขนาด 27 กรัม ซองสี่เหลี่ยม ตกซองละ 18 บาท 
จะซื้อแบบกล่อง หรือ ซื้อแบบซองก็ได้ แบบกล่องซื้อไปเป็นของขวัญของใกเก๋ไก๋ ดูดีมีราคา เพราะแพคเกจเค้าน่ารักเว่อร์ 
 


นมอัดเม็ด milk tabletเป็นขนมทีมีประโยชน์นะคะ ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอัดเม็ดไทยชอง milk tabletใช้นมแท้ๆ คุณภาพดีมาเป็นส่วนผสมหลักที่เข้มข้น ทำให้คนทานได้ แคลเซียมและวิตามินบี 2  ใครที่เน้นดูแลเรื่องกระดูกและฟัน และ ลดหวานเพื่อสุขภาพ แนะนำมากๆ กับนมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet

สั่งซื้อ คลิกเลย >>> https://lin.ee/sSGXFCK 
 

38
เครื่องนี้ดูดีแถมยังใช้คนทำน้อยไม่ต้องว่าจ้างบุคลากรมากมาย ลดเงินลงทุนไปได้มากจริง

39


กว่าจะเป็นหนึ่งในนักแสดงผู้สวมบทบาท “เจมส์ บอนด์” ที่ได้รับเสียงชมมากที่สุด “แดเนียล เคร็ก” กลับเคยคิดถอนตัวจากบทนี้ เพราะกระแสวิจารณ์ในแง่ลบ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจ และบานปลายไปถึงสภาพร่างกายของเขาด้วย

ในตอนที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า แดเนียล เคร็ก คือผู้ที่จะมารับบท เจมส์ บอนด์ แทน เพียร์ซ บรอสแนน ได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเขาไม่คู่ควรกับบทนี้ จนทำให้เขาแทบจะรับกับกระแสวิจารณ์ไม่ได้ และเคยคิดว่าจะถอนตัวมาแล้ว

“ชีวิตของผมได้รับผลกระทบจากชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งตัว ผมแทบจะขังตัวเอง ไม่เจอผู้คน เหมือนอยู่ในความฝัน” เคร็ก บอกในการให้สัมภาษณ์ในสารคดี Being James Bond ที่ออกฉายทาง Apple TV+ “เรื่องนี้กระทบกับผมทั้งทางจิตใจ และร่างกาย ผมไม่ค่อยชอบการมีชื่อเสียงขึ้นมาทันทีทันใดแบบนี้ อยู่อ่านคอมเมนต์จนดึง อ่านทุกอย่าง เพราะอยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และมันก็หนักจริง ๆ หนักมา ๆ มีแต่ความเกลียดชัง”

แต่สุดท้าย แดเนียล เคร็ก ก็ก้าวผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้ เพราะความเชื่อมั่นที่ได้อ่านบท และรู้สึกทันทีว่าหนังมันจะต้องออกมาดีแน่ ๆ “จนผมตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน และรู้ทันทีว่าหนังจะต้องออกมาดีแน่ เรากำลังทำอะไรที่พิเศษกันอยู่”

โดย No Time to Die หนัง เจมส์ บอนด์ เรื่องสุดท้ายที่ แดเนียล เคร็ก แสดงน้ำจะมีกำหนดเข้าฉาย พร้อมกันหลายประเทศในปลายเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยหนังใช้ทุนสร้างสูงถึงเกือบ 300 ล้านเหรียญฯ และถูกเลื่อนฉายหลายรอบเพราะ COVID-19 มาตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งถ้าหนังเข้าฉายไปเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะมีการประกวดผู้ที่จะได้มารับบทเป็น 007 คนต่อไปตามมาในเร็ว ๆ นี้

41
การเงินติดขัด การงานสะดุด ธุรกิจมีปัญหา ความรักไม่สมดังใจ สุขภาพทรุดโทรม โชคลาภไม่มี ปรึกษาเราสิค่ะ


รับดูดวงผ่านไพ่ยิปซี ออราเคิล โดยใช้จิตสัมผัส และรับสอนการดูดวงผ่านศาสตร์ไพ่ยิปซี ออราเคิล
รับประกันความแม่นยำ และชัดเจนในทุกคำถาม พยากรณ์ได้ทุกเรื่อง เช่น เช็คดวงรายวัน การเงิน การงาน ธุรกิจ ความรัก เนื้อคู่ สุขภาพ โชคลาภ อีกทั้งมีแนวทางแก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้ โดยใช้หลักการทางพระพุทธศาสนาสามารถดูต่อเนื่องได้วันต่อวัน ไม่ต้องรอเป็นเดือน รับพยากรณ์ทั้งทางโทรศัพท์ และพยากรณ์แบบส่วนตัว(พื้นที่ จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียง)
ค่าครู 299 บาท (ปกติ 599 บาท)

สนใจติดต่อ อ.อนัตตา เทพพยากรณ์
โทร. 0914441569
Line ID : 0944824293

ข้อมูลเพิ่มเติม http://porntaywa99.lnwshop.com/p/208


42
เสริมสวย สุขภาพ / Hot Promotion!!!
« on: September 14, 2021, 11:14:57 am »
ราคาดีมากกก!!!!!!!!

43


 "ttb analytics" คาดหนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 93.0% ในสิ้นปี 64 เพิ่มจากไตรมาส 1 /64 ที่ 90.2% และสิ้นปี 62 ที่ 80% เหตุโควิดยืดเยื้อรุนแรงขึ้น ดันหนี้เพื่อการบริโภคสูงขึ้น หวั่นกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ชี้ทางออก เร่ง"ปรับโครงสร้างหนี้"ตรงจุดและ"รวบหนี้" แก้ไขปัญหาระยะยาว

หนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันอยู่ในภาวะเปราะบาง ด้วยสัดส่วนหนี้เพื่อการบริโภคที่สูงขึ้นจึงเป็นปัญหากระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทางออกคือการปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงจุดและเน้นการรวบหนี้เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันโดยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 หนี้ครัวเรือนของไทยมีการปรับตัวสูงมากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 80% ของจีดีพี ณ สิ้นปี 2562 เป็น 90.5% ของจีดีพี ณ ไตรมาส 1/2564 และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศระลอกสามที่ลุกลามยืดเยื้อมาจนถึงครึ่งหลังของปี 2564 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ  ttb analytics คาดการณ์ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 93.0% ณ สิ้นปี 2564

โดยปริมาณหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี ที่เร่งขึ้นเร็วในช่วงวิกฤตนี้เกิดจาก 1. ความจำเป็นในการก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากขาดหรือมีสภาพคล่องในครัวเรือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย หลังจากที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติในช่วงล็อกดาวน์ การถูกปรับลดเงินเดือนบางส่วนลง รวมถึงการถูกเลิกจ้าง 2. รายได้ที่ลดลงมากเมื่อเทียบกับหนี้ที่เพิ่มขึ้นเร็ว สะท้อนจากหนี้ครัวเรือนไทย ณ ต้นปี 2564 ที่ขยายตัวร้อยละ 4.6 จากระยะเดียวกันกับปี 2563 ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะซบเซา


ทั้งนี้ สังเกตได้ว่า ในหลายประเทศก็ประสบปัญหาการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้ครัวเรือนเช่นเดียวกัน โดยเกาหลีใต้มีหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจาก 93.9% ของจีดีพี เป็น 103.8% ณ ต้นปี 2564 และมาเลเซียที่เพิ่มจาก 82.7% เป็น 93.2% ในปัจจุบัน โดยไทยมีปริมาณหนี้ครัวเรือนอยู่อันดับที่ 17 ของโลก ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน คือ เกาหลีใต้และมาเลเซีย ซึ่งอยู่อันดับที่ 9  และ 14 ตามลำดับ แต่สูงกว่าหนี้ครัวเรือนของสิงคโปร์ซึ่งอยู่อันดับที่ 26 ของโลก  

จึงเห็นได้ว่านอกจากหนี้ครัวเรือนของไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังถือว่ามีปริมาณภาระหนี้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%


ประเมินความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนไทยเทียบต่างประเทศ

ด้านประเภทของหนี้ครัวเรือนไทยประกอบไปด้วย สัดส่วนหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 47% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด อาทิ หนี้บ้านและรถยนต์ และสัดส่วนหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 35% อาทิ หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป รวมถึงหนี้เพื่อการศึกษา และส่วนที่เหลืออีก 18% เป็นหนี้รายย่อยเพื่อธุรกิจครัวเรือน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงในระดับโลกใกล้เคียงกันกับไทยเพื่อให้เห็นภาพรวม โดยคำนวณเฉพาะหนี้บ้านต่อหนี้ครัวเรือนทั้งหมด (ไม่รวมหนี้ยานพาหนะ เพราะมีข้อจำกัดของการเข้าถึงข้อมูลสินเชื่อรถยนต์ในบางประเทศ) พบว่า ในต่างประเทศครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นประเภทหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในระดับสูงกว่าไทย อาทิ เกาหลีมีสัดส่วนหนี้บ้านสูงถึง 56% ขณะที่สิงคโปร์และฝรั่งเศส นอกจากจะมีหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีต่ำกว่าไทยแล้ว ยังไม่มีสัดส่วนหนี้อสังหาฯ สูงกว่าด้วย ยกเว้นมาเลเซียที่มีสัดส่วนหนี้บ้านใกล้เคียงกับไทย สะท้อนให้เห็นว่า หนี้ครัวเรือนของไทยมีความเสี่ยงต่อความเปราะบางทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่นที่มีอันดับหนี้ในระดับต้นๆ ของโลกใกล้เคียงกัน

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%

 

คุณภาพหนี้ครัวเรือนที่แท้จริง และประสิทธิภาพการช่วยเหลือแก้ไขหนี้

ในส่วนของคุณภาพหนี้ครัวเรือนนั้น เป็นผลโดยตรงมาจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ที่รุนแรงและลากยาวนับแต่ปลายปี 2563 ส่งผลซ้ำเติมปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่แล้วในระดับสูง โดยเมื่อดูข้อมูลหนี้รายย่อยที่ได้ขอเข้าโครงการรับการช่วยเหลือ (รวม SFI) ณ เดือนมิถุนายน 2564  พบว่ามีปริมาณสูงถึง 11% ของจีดีพี ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องชี้วัดสำคัญ คือ หนี้ stage 3 หรือเอ็นพีเอล ที่มีอยู่ไม่ถึง 1% ของจีดีพี และหนี้ใน Stage 2 หรือสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต ที่มีอยู่เพียง 2.2% ของจีดีพี สะท้อนให้เห็นว่า คุณภาพหนี้ครัวเรือนของไทยในความเป็นจริงแย่ลงมากกว่าที่สามารถสะท้อนได้จากเครื่องชี้วัดหลักดังเช่น เอ็นพีเอล

 

เมื่อพิจารณาเป็นประเภทหนี้ที่มาขอรับความช่วยเหลือล่าสุด สำหรับลูกหนี้ของกิจการธนาคารพาณิชย์ กิจการไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) และธนาคารเฉพาะกิจ (SFI) ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 พบว่า อันดับแรกเป็นหนี้ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก (ยอดขอความช่วยเหลือรวมอยู่สูงถึง 4.5% ของจีดีพี เทียบกับยอดเอ็นพีเอลที่ 0.6% ของจีดีพี) รองลงมาเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล (ยอดขอความช่วยเหลือรวม 5.3% เทียบกับยอดเอ็นพีเอล 0.2%) และอันดับสามเป็นหนี้รถยนต์ (มูลค่าขอความช่วยเหลือ 1.1% เทียบกับยอดเอ็นพีเอลที่ 0.1%) โดยกลุ่มลูกหนี้ที่มาขอความช่วยเหลือมักเป็นลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะเชิงป้องกัน (Pre-emptive) อย่างทันท่วงที จะส่งผลให้เกิดหนี้เสียเป็นวงกว้างและกระทบต่อเสถียรภาพการเงินและระบบสถาบันการเงินโดยรวมของไทยได้ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเป็นหนี้ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Unsecured loan) และมีสัดส่วนค่อนข้างใหญ่ในโครงสร้างสินเชื่อครัวเรือนของไทย

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%

การวางแผนแก้ไขหนี้ครัวเรือนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นเพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะตึงตัวทางการเงินของลูกหนี้ในระยะสั้น และเพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การชำระหนี้ทั้งหมดได้ หลังการแพร่ระบาดยุติลงในระยะยาว โดยสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย (Tailor-made) และไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจเลี่ยงชำระหนี้อย่างไม่เหมาะสม (Moral hazard) เมื่อเปรียบเทียบแนวทางสำคัญในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท. และประเทศอื่นในภูมิภาค พบว่ามีความสอดคล้องกันในหลายด้าน ได้แก่

การเติมสภาพคล่องให้ลูกหนี้รายย่อยเพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เช่น ธนาคารกลางเกาหลีได้ขยายกรอบวงเงินช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีและเจ้าของธุรกิจส่วนบุคคลรายย่อย ส่วน ธปท. ได้ขยายเพดานวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับลูกหนี้ที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ
การลดภาระค่าผ่อนต่องวดลง ตามการเจรจาร้องขอของลูกหนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย (Tailor-made) อาทิ มาเลเซียที่ลดค่างวดตามสถานะการจ้างงานและรายได้ สิงคโปร์ที่ลดค่างวดสำหรับหนี้บ้านซึ่งมีสัดส่วนสูงในหนี้ครัวเรือน รวมถึงการช่วยเหลือเฉพาะหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ ธปท. ให้ส่วนลดดอกเบี้ยตามยอดชำระค่างวดใหม่ที่เลือก เพื่อเป็นแรงจูงใจแก้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการแก้หนี้ ให้พยายามชำระหนี้ตามความสามารถ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี
การเร่งปรับโครงสร้างหนี้  ทั้งการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้จากระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว ก่อนที่จะเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้ได้ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางทั่วไปที่สอดคล้องกันในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย
การรวบหนี้ โดยเฉพาะการนำหนี้ไม่มีหลักประกันมารวมกับหนี้มีหลักประกัน และขยายระยะผ่อนชำระ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย เพื่อรองรับการปรับโครงแก้ไขหนี้ระยะยาวอย่างยั่งยืน
 

สุดท้ายนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยในสถานการณ์โควิด นอกจากจะอาศัย ธปท. และภาคธนาคารให้การช่วยเหลือผ่านการลดภาระและปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ  ปัญหาเศรษฐกิจที่จะยังคงซบเซาไปอีก 2 ปีข้างหน้า และการให้ความรู้ทางการเงินแก่ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะการทำอย่างไรที่จะให้การก่อหนี้กลับมาเป็นการสร้างประโยชน์ และสร้างโอกาสในการหารายได้ซึ่งจะช่วยปลดภาระหนี้ได้ในระยะยาว

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 175