Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Naprapats

Pages: [1] 2 3 ... 15
1


เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 16 ก.ย.64 นางสาวยมลภัทร อายุ 23 ปี ชาว อ.วังสะพุง จ.เลย เดินทางไปที่ สภ.วังสะพุง เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.ท.สิทธิศักดิ์ เวชสูงเนิน รอง สว. หลังซื้อหวยออนไลน์ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2564 ลอตเตอรี หมายเลข 070935 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12,000,000 บาท

มาเหนือดวงอีกคน!! ครูหนุ่มมหาสารคาม ถูกรางวัล 1 รับไปเลย 12 ล้านบาท

ภายหลังจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศผลออกรางวัลสลากกินแบ่งฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น โดยรางวัลที่ 1 ออกหมายเลข 070935

ซึ่งชาวมหาสารคามแห่พากันแสดงความยินดีกับ คุณครู ผู้โชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 โดย เพจเฟซบุ๊ก สภ.นาเชือก จังหวัดมหาสารคาม โพสต์ภาพข้อความระบุว่า...

ยินดีกับคุณครู โรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์ด้วยนะคะ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ รับไป 12 ล้านบาทค่ะ

2 สาวชาวเลยบุญหล่นทับถูกรางวัลที่ 1 รับไป 18 ล้าน

2 สาว ชาว อ.ท่าลี่ และ อ.วังสะพุง จ.เลย แจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวันดวงเฮงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านและ 12 ล้าน

16 ก.ย.64 นางดาวรุ้ง อายุ 45 ปี อยู่ อ.ท่าลี่ จ.เลย พบ ร.ต.อ.ชัยพิชญ์ ชัยมงคล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 070935 จำนวน 1 ใบ 6,000,000 บาท จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

 เวลา 17.30 น.วันเดียวกัน ที่ อ.วังสะพุง จ.  เลย  สาวชาว อ. วังสะพุง ทำบุญเยอะถูกรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน คือ นางสาวยมลภัทร สรีสวัสดื  อายุ 23 ปี อยู่  บ้านกกซ้อ ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย อาชีพกรีดยางพารา แม่บ้าน ส่วนสามีรับส่งน้ำแข็ง ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ พงส.สภ.วังสะพุง ว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 070935 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12,000,000 บาท จึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะผลจากการทำความดี ทำบุญเป็นประจำจึงมีวันนี้

2


ลีออน โกเรตซ์กา มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิก กลบกระแสข่าวเชื่อมโยง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า พรีเมียร์ ลีก ต่อสัญญาถึงปี 2026 เรียบร้อยแล้ว

ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรีย ประกาศอย่างเป็นทางการ สัญญาเดิมของ โกเรตซ์กา ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2022 ถูกขยายต่ออีก 4 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน

นอกจากนี้ กองกลางวัย 26 ปี ดีกรีแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน 3 สมัย และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย ยังมีข่าวพัวพันกับ รีล มาดริด ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ยูไนเต็ด เสาะหาผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง ในตลาดซื้อ-ขายฤดูร้อน และการเจรจาสัญญาใหม่ของ โกเรตซ์กา ยังล่าช้า เพื่อหยั่งเชิงสโมสรอื่นๆ ทว่าไม่มีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรม

ส่งผลให้ โกเรตซ์กา ปักหลักถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา ระยะยาว ยืดสถิติรับใช้สโมสร 118 นัด นับตั้งแต่แยกทาง ชาลเก 04 เมื่อปี 2018

'เสือใต้' ดำเนินการต่อสัญญาผู้เล่นตัวหลัก อาทิ โธมัส มุลเลอร์, มานูเอล นอยเออร์ นายทวาร, อัลฟอนโซ เดวีส, จามาล มูเซียลา, โจชัว คิมมิช และ โกเรตซ์กา เป็นคนล่าสุด
 

3
ข้าว Low GI คนเป็นโรคเบาหวานควรทานข้าวกล้องโภชนาการสูง ข้าวสุขภาพ ข้าวหอมทุ่งกุลาร้องไห้ แท้  100% 
ข้าวฮอร์ ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวออร์แกนิคหอมมะลิสุรินทร์ 100%   กลุ่มข้าวอินทรีย์ส่งทั่วไทย
  ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ   ข้าวกล้องหอมมะลิออแกนิค  ข้าวออร์แกนิคหอมมะลิจังหวัดสุรินทร์ ข้าวหอมสุรินทร์ ข้าวหอมอินทรีย์ คัดพิเศษ 100%
“ข้าวฮอร์ ข้าวออร์แกนิกสุรินทร์”   ข้าวหอมมะลิออแกนิคสำหรับทารก เป็นผลิตผลจากการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ด้วยการปลูกข้าวแบบปลอดสารพิษในทุกขั้นตอน ณ ดินแดนสุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ดีที่สุดของประเทศไทย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดินและน้ำ เหมาะแก่การปลูกข้าวอินทรีย์คุณภาพสูง ประกอบกับกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การเตรียมพันธุ์ข้าว การหว่าน การดูแลแปลงนา และการเก็บเกี่ยว โดยครอบครัวชาวนาที่มีประสบการณ์และร่ำรวยความสุขจากการทำนาอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อให้เมล็ดข้าว  ข้าวอินทรีย์หอมมะลิ ที่ได้นั้น มีความหอม นุ่ม อร่อย ดีต่อสุขภาพและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบครัน การมีสุขภาพดี คือ ความสุขที่อยู่ใกล้ตัวเรา นอกจากตนเองแล้ว เราควรแบ่งปันความสุขให้กับคนที่เรารักด้วยข้าวหอมมะลิ   ขายข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ ขัดสีไม่ขาวเพื่อคงคุณค่าและใยอาหาร มีกลิ่นหอม นุ่ม ตามเอกลักษณ์ของ ข้าวออร์แกนิคหอมมะลิสุรินทร์ 100%




  ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ได้รับมาตราฐานเกษตรอินทรีย์ -มีวิตามินและสารอาหารจากข้าวสูง -สะอาด..บริสุทธิ์..จากธรรมชาติ ทุกขั้นตอน"ข้าวอินทรีย์ (  ข้าวกล้องเกษตรอินทรีย์หอมมะลิ)" ที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูก และบำรุงรักษาทุกขั้นตอน ด้วยวิถีของเกษตรอินทรีย์ -ไม่มีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนการผลิต"เมล็ดพันธุ์" คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ แต่ละชนิด ด้วยความรัก ใส่ใจ ในรายละเอียดทุกเมล็ด -ด้วยกระบวนการปักดำ..อย่างพิถีพิถันจากธรรมชาติ"พื้นที่เพาะปลูก" ในจังหวัดสุรินทร์ - ทำการเพาะปลูก และควบคุมเองทุกขั้นตอน"แหล่งน้ำ"   ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิคอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติที่ตกตามฤดูกาล"ปุ๋ยที่ใช้" ไถกลบตอซังหลังเก็บเกี่ยวทุกครั้ง และปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน, -  ปลูกข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ,ปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน"การกำจัดศัตรูพืช" ควบคุมด้วยระบบนิเวศน์หรือใส่สารสกัดจากพืชสมุนไพรแทนการฉีดสารฆ่าแมลง

 ข้าวหอมมะลิออแกนิก เพื่อความมั่นใจถึงความเป็นข้าวออร์แกนิคที่แท้จริงของเรา
ข้าวฮอร์ (HOR) ได้รับมาตรฐาน
1. ใบรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ( Organic Thailand)
2. ใบรับรองเครื่องหมาย "ข้าวพันธุ์แท้" จากกรมการข้าว จาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประเภทของ
2.1 ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (ข้าวขาว)
2.2 ข้าวขาวดอกมะลิ105 (ข้าวกล้อง)
2.3 ข้าวมะลินิลสุรินทร์

ข้าว Hor.Boutique ข้าวอินทรีย์สุรินทร์  ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์ 
277 หมู่ 14 ถ.พิชิตชัย ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
โทร. 092-8245655
website :   ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์
Facebook : www.facebook.com/Rice.For.Baby/
Twitter : https://twitter.com/hor_boutique
IG : https://www.instagram.com/hor.boutique/
Line: @ Hor.Boutique

เรามีข้าวอินทรีย์ 7 ประเภทครับ
1.ข้าวหอมสุรินทร์
2.ข้าวกล้องหอมสุรินทร์
3.ข้าวปกาอำปึลอินทรีย์ (#ข้าวพื้นถิ่นสุรินทร์)
4.ข้าวผสมห้าสายพันธุ์อินทรีย์
5.  ข้าวกล้องหอมมะลิแดงอินทรีย์
6.  ปลูกข้าวกล้องหอมมะลินิลออแกนิค
7. ข้าวไรซ์เบอร์รี่เกษตรอินทรีย์

ข้าว Hor พร้อมขายแล้วที่ Shopee & Lazada
https://shopee.co.th/hor.boutique
https://www.lazada.co.th/shop/horboutique/

#ข้าวหอมมะลิ #ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ #ข้าวหอมมะลิปลอดสาร #ข้าวหอมมะลิเพื่อสุขภาพ #ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก #ข้าวหอมสุรินทร์ #ข้าวหอมมะลิออร์แกนิค
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

4


นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของ บมจ.ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี (SVT) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้แบรนด์ SUN Vending เปิดเผยความคืบหน้าของการนำหุ้น SVT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่า ปัจจุบันทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้ SVT เสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) แล้ว โดยอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อมซื้อหวยออนไลน์ ซึ่งได้มีการเดินสายนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนรายย่อย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขาย หรือเปิดให้จองซื้อหุ้นดังกล่าวได้ในช่วงปลายเดือนก.ย.นี้ และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในช่วงต้นเดือนต.ค.64

ทั้งนี้ SVT ถือว่ามีจุดเด่น โดยเป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งเป็นผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นเจ้าแรกๆ ของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ 20 ปี และได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินธุรกิจค้าปลีกให้เกิดเป็นรูปแบบใหม่ หรือการจำหน่ายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้พนักงานขาย รวมถึงยังมีโรงงานผลิตและประกอบตู้ Vending Machine เป็นของตัวเอง ซึ่งถือว่ามีศักยภาพในระดับผู้นำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้ SVT สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการดูแลรักษา และต่อยอดเครื่อง Vending Machine นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ เรื่องของซัพพลายเชน และโลจิกติกส์ SVT มีสินค้าที่นำเสนอกว่า 700 SKU ก็มีการจัดหาซัพพลายเออร์ ที่มีความหลากหลาย และผลิตภัณฑ์ก็มีความหลากหลาย

ปัจจุบัน SVT มีสาขาอยู่ที่ 11 แห่ง ครอบคลุม 26 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปขยายธุรกิจ กล่าวคือ ขยายตู้ Vending Machine ให้ได้ 20,000 เครื่อง ในปี 66 และขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา เพื่อให้ ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

"SVT เป็นธุรกิจเงินสด ขายสินค้าเป็นเงินสด มีสภาพคล่องการทำธุรกิจ ทำให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสด เพื่อจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า40% ของกำไรสุทธิ มองเป็นหุ้น Growth Stock " นายวิชากล่าว

ด้านนางอาภัสรา ภาณุพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ SVT กล่าวว่า บริษัทฯ มีมาร์เก็ตแชร์ หรือสัดส่วนทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในไทย หรือคิดเป็น 44% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด ขณะที่การเติบโตของธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในอนาคต มองว่ายังมีการเติบโตมาก เนื่องจากปริมาณเครื่องจำหน่ายสินค้าเมื่อเทียบกับประชากรของไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำ หรือราว 1 เครื่องต่อ 1,300 คน เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของตู้ Vending Machine ที่มีอัตราประชาการต่อเครื่องราว 1 เครื่องต่ออัตราประชากร 23 คน ทำให้ ยังมีพื้นที่อีกมากในการขยายธุรกิจ

อีกทั้งการขยายตัวของระบบคมนาคมในไทย จะเป็นจุดที่มีศักยภาพที่จะนำตู้ Vending Machine เข้าไปติดตั้ง เพื่อให้บริการและจำหน่ายสินค้า, ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับในอดีต หรือมีความคุ้นชินกับการซื้อของผ่านร้านสะดวกซื้อ แต่ปัจจุบันการใช้งานออนไลน์ การเข้ามาของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมา ซื้อสินค้าผ่านเครื่องอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อลดการสัมผัส ตู้ Vending Machine ก็จะเข้าไปตอบโจทย์ไลฟสไตล์ผู้บริโภค ณ ปัจจุบันและอนาคต, การแข่งขันทางธุรกิจและเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และออนไลน์ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังมีผู้ที่สนใจเข้ามาในธุรกิจนี้ และทำให้ตู้ Vending Machine มีความแพร่หลาย เป็นที่สนใจของเจ้าของพื้นที่ จึงเป็นโอกาสการขยายตัวของ SVT สามารถเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น, เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้า ทั้ง IoT และ 5G จะส่งเสริมให้การบริหารจัดการของบริษัท เป็นไปอย่างสะดวกสามารถลดต้นทุน และ ตอบโจทย์การเติมสินค้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปิดเขตการค้าเสรี AEC จะทำให้การขยายตัวของธุรกิจ Vending Machine กระจายไปสู่ใน CLMV ได้

สำหรับ SVT เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) โดยแบ่งประเภทธุรกิจได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ Retail ธุรกิจขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 98% ส่วนที่เหลือจะมาจาก VM Sale & Rental ธุรกิจขายและให้เช่าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และ Advertising ธุรกิจบริการพื้นที่บนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพื่อการโฆษณา ในสัดส่วนอย่างละ 1%

ส่วนผลประกอบการในปี 61-63 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,699.35 ล้านบาท, 1,805.62 ล้านบาท และ 1,767.36 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งแม้ว่าภาพรวมรายได้ในช่วงปี 63 จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินการให้ผลงานมีโอกาสเติบโต เนื่องจากมีการติดตั้งตู้ในโซนโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 70% ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวยังคงเติบโต โดยครึ่งปีแรกของปี 64 บริษัทฯ มีรายได้อยู่ที่ 972.62 ล้านบาท
 

5


นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลได้ประกาศคลายล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้มเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราได้เริ่มเห็นสัญญาณการบริโภคภายในประเทศที่กลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการจัดโปรโมชันและกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อจูงใจผู้บริโภคอย่างแคมเปญ 9:9 ในส่วนของแกร็บ เราขอร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในไตรมาสที่ 4 โดยได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุดที่ชื่อ ‘แกร็บฟู้ด สั่งเถิดชาวไทย’ เพื่อสร้างดีมานด์และยอดขายให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายซื้อหวยออนไลน์ให้คนไทยด้วยโปรโมชันแบบจัดเต็ม

“โดยแคมเปญนี้แกร็บฟู้ดยังคงตอกย้ำจุดแข็งในเรื่องความหลากหลายของประเภทอาหารโดยได้ดึงจุดเด่นของอาหารในแต่ละภาคที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นมาให้ผู้ใช้บริการได้เลือกสรร ควบคู่ไปกับบริการที่น่าเชื่อถือโดยการันตีส่งไวภายใน 25 นาที ผ่านกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมผนึกกับ TikTok เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์กับผู้บริโภคทั่วประเทศ”

ภายใต้แคมเปญ “แกร็บฟู้ด สั่งเถิดชาวไทย’’ แกร็บชู 3 ไฮไลท์หลัก ซึ่งประกอบด้วย

• เดินหน้าขยายกลุ่มร้านเด็ดสุดอร่อย และโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง:
◦ โดยแกร็บได้ขยายร้านอาหารในกลุ่ม “#GrabThumbsUp” หรือ ร้านอร่อยยกนิ้ว เพื่อแนะนำร้านเด็ดสุดอร่อยที่แกร็บอยากบอกต่อ ตั้งแต่ร้านที่ได้รับดาวมิชลินไปจนถึงสตรีทฟู้ดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังได้ชูร้าน “คุ้มฟันธง” ร้านอร่อยในราคาประหยัดเพื่อเอาใจผู้บริโภคในยุครัดเข็มขัด หวังสร้างจุดขายและความแตกต่างให้ร้านอาหาร พร้อมช่วยโปรโมตร้านเหล่านี้เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้า

◦ ขณะเดียวกัน แกร็บยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพให้กับพาร์ทเนอร์ร้านอาหารผ่านโครงการ GrabAcademy แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมเทคนิค เคล็ดลับและองค์ความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจและเสริมสร้างรายได้ นอกจากนี้ ในปีนี้ แกร็บยังเตรียมจัดงานสัมมนาประจำปีสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหารในรูปแบบ Virtual Conference เป็นครั้งแรกภายใต้คอนเซ็ปต์ “GrabFood Next: พลิกวิกฤต เพิ่มโอกาส ก้าวสู่สุดยอดร้านค้าตะหลิวทองคำ" เพื่ออัปเดตเทรนด์ที่เกี่ยวกับร้านอาหารและฟู้ดเดลิเวอรี พร้อมแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ที่จะช่วยให้ร้านอาหารตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น



• เข้าร่วมและสนับสนุนโครงการ “คนละครึ่ง”:
◦ โดยแกร็บเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการแพลตฟอร์มที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” ในเฟสที่ 3 ซึ่งเตรียมเปิดให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายในการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรีได้ โดยแกร็บปรับลดค่าคอมมิชชันให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารที่ร่วมโครงการฯ ในอัตราไม่เกิน 20%*
◦ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อจูงใจร้านค้า อาทิ การช่วยโปรโมตร้านผ่านสื่อและแอปพลิเคชันของแกร็บ การเปิดให้เข้าร่วมกิจกรรมการตลาดและโปรโมชั่นต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงสินเชื่อเงินสดจาก แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้ ร้านอาหารที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน จนถึง 31 ธันวาคม 2564 นี้

• จัดเต็มโปรโมชันสุดปังเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค:
◦ โดยแกร็บเตรียมจัดโปรโมชันเพื่อมอบส่วนลดสูงสุดถึง 60% รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 ดีลจากร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญ อาทิ โปรโมชัน “เซตอิ่มคุ้ม” ในราคาเดียวที่เริ่มต้นเพียง 69 บาทสำหรับร้านในต่างจังหวัด และ 99 บาทสำหรับร้านในกรุงเทพฯ
◦ นอกจากนี้ ยังส่งโปรโมชันสำหรับผู้ใช้บริการใหม่ มอบส่วนลดทันที 99 บาท และรับสิทธิส่งฟรีถึง 99 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน จนถึง 24 ตุลาคม 2564

“แกร็บหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมและความริเริ่มต่างๆ ภายใต้แคมเปญนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในยุคโควิดให้สามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจ GrabForGood ของเราที่มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยเฉพาะในอีโคซิสเต็ม ผ่านการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันของเรา” นางสาวจันต์สุดา กล่าว อ่านต่อได้ที่ https://lotto.postjung.com/

6


"เลขเด็ด" สถิติ "ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล" งวดวันที่ 16 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี "หวย16/9/64" ออกตัวไหนบ้างเช็คที่นี่!

โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับ “ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 16 กันยายนนี้ แล้ว   จึงได้รวบรวมผล “หวย” ที่เคยออกย้อนหลัง 10 ปี มาให้เป็นตัวเลือกสำหรับนักเสี่ยงโชค "หวย16/9/64" ได้เช็คกันดู 

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2563

รางวัลที่ 1 :   244083                                                  
เลขหน้า 3 ตัว : 127   220                                   
เลขท้าย 3 ตัว :  623   853 
เลขท้าย 2 ตัว :  57

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2562

รางวัลที่ 1 :     340388

เลขหน้า 3 ตัว: 733   947                  
เลขท้าย 3 ตัว : 925  939
เลขท้าย 2 ตัว : 85

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2561

รางวัลที่ 1 :  149760

เลขหน้า 3 ตัว : 323  539                
เลขท้าย 3 ตัว : 155  297
เลขท้าย 2 ตัว :  79


งวดวันที่ 16 กันยายน 2560

รางวัลที่ 1 :     170143                                                              
เลขหน้า 3 ตัว :  172    647                 
เลขท้าย 3 ตัว :  340    388
เลขท้าย 2 ตัว :  71

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2559

รางวัลที่ 1 :     240650                                                              
เลขหน้า 3 ตัว :  493    583                    
เลขท้าย 3 ตัว :  043    160
เลขท้าย 2 ตัว :  42

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2558

รางวัลที่ 1 :     743148                                                            
เลขหน้า 3 ตัว :  209  435                        
เลขท้าย 3 ตัว :  084  375 
เลขท้าย 2 ตัว :  06


งวดวันที่ 16 กันยายน 2557

รางวัลที่ 1 :     772269                                                            
เลขท้าย 3 ตัว :  112   257   342  790 
เลขท้าย 2 ตัว :  35

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2556

รางวัลที่ 1 :     562684                                                      
เลขท้าย 3 ตัว :  056   235   574  754
เลขท้าย 2 ตัว :  63

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2555

รางวัลที่ 1 :     540143                                                    
เลขท้าย 3 ตัว :  123   242   752   770
เลขท้าย 2 ตัว :  79

 

งวดวันที่ 16 กันยายน 2554

รางวัลที่ 1 :     731198                                                    
เลขท้าย 3 ตัว :  384   589   645  812 
เลขท้าย 2 ตัว :  28

 

ที่มา : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

7


นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)(PTT EP)หรือปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมหารือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเพื่อปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC)ในโครงการ G1/61 (เอราวัณ) หลังจาก ปตท.สผ.ไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อติดตั้งแท่นและเจาะหลุมผลิตในโครงการเอราวัณได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้บริษัทผลิตก๊าซฯได้ตามสัญญา PSC ที่กำหนดไว้ 800ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันหลังสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในเดือนเม.ย. 2565 โดยเบื้องต้นบริษัทคาดว่าปริมาณก๊าซในแหล่งเอราวัณจะหายไปต่ำกว่าสัญญาPSC เกือบ50%หรือราว 400ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ดังนั้น ปตท.สผ.มีแผนจะผลิตก๊าซฯจากแหล่งบงกชและแหล่งอาทิตย์เข้ามาชดเชย รวมทั้งปตท.ในฐานะผู้บริหารก๊าซฯในอ่าว มีแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)เข้ามาเสริม และเร่งผลิตก๊าซจากแหล่งJDA เข้ามาทดแทนก๊าซฯที่ขาดหายไป ขณะนี้ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการเอราวัณ หากปตท.สผ.บริหารไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าได้ และมั่นใจว่าจะไม่ให้เกิดผลกระทบเช่นนี้

“บริษัทคาดว่าจะรักษาอัตราการผลิตก๊าซฯจากแหล่งบงกชให้อยู่ระดับปัจจุบันที่800-900ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าสัญญาPSC ที่ระบุไว้ที่ 700ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยปริมาณก๊าซส่วนเกินนี้จะนำมาชดเชยก๊าซจากแหล่งเอราวัณที่หายไป เบื้องต้นบริษัทมั่นใจว่าทำสัญญาข้อตกลงการส่งมอบสิ่งติดตั้งในแหล่งบงกช(G2)ได้ภายในปีนี้”



นายพงศธร กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้นกับทางหน่วยงานรัฐเพื่อขอปรับเงื่อนไขต่างๆ ในโครงการเอราวัณตามสัญญาPSC ทางภาครัฐก็รับฟัง เข้าใจและเห็นใจ เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เชื่อว่าหน่วยงานรัฐพร้อมให้ความร่วมมือในการปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ

ความคืบหน้าโครงการพัฒนาและก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่โมซัมบิกที่ได้หยุดไปหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบว่าในต้นปี2565 โครงการดังกล่าวจะกลับมาก่อสร้างได้อีกครั้ง หลังจากมีกองกำลังร่วมจากกลุ่มประเทศอาฟริกาเข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในโมซัมบิก โดยโททาลฯในฐานะผู้ดำเนินการมั่นใจว่าโครงการโมซัมบิกจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนดการเดิมในปลายปี 2467

ทั้งนี้ โรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวของโครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน จะประกอบด้วย 2 สายการผลิต (train) มีกำลังการผลิตรวม 13 ล้านตันต่อปีจากแหล่งโกลฟินโญ-อาตุม

ส่วนเป้าหมายการขายปิโตรเลียมในปี2564 บริษัทได้ปรับเป้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.12แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวัน เนื่องจากรับรู้ปริมาณการขายปิโตรเลียมจากแปลง61 ที่โอมาน และปีหน้าบริษัทจะปริมาณการขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นพอสมควร เนื่องจากรับรู้ปริมาณการผลิตและจำหน่ายจากโครงการบงกชและแหล่งเอราวัณเพิ่มขึ้น รวมทั้งโครงการที่อัลจีเรีย

8


นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  มุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม  ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว จากผลกระทบของโควิด-19  

ล่าสุด ธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดตัวโครงการ
"พอยท์เพย์" เพื่อช่วยเหลือร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศ ให้สามารถซื้อหวยออนไลน์ขายสินค้าได้มากขึ้น โดยเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสที่มีอยู่กว่า 43.2 ล้านราย สามารถใช้คะแนนสะสม ใช้จ่ายแทนเงินสดในร้านค้าถุงเงินได้ โดยปัจจุบันมีร้านค้าถุงเงินอยู่จำนวน 1.5 ล้านร้านค้า ในระยะแรกจะนำร่องกับร้านค้าประเภทอาหาร และเครื่องดื่ม จำนวน 45,000 ร้านค้าใน 15 จังหวัด ก่อนขยายใช้กับร้านค้าอื่นๆ มากขึ้น โดยตั้งเป้าร้านค้าถุงเงินเข้าร่วมรายการกว่า 700,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้ารายย่อยในชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง ช่วยให้ร้านค้าสามารถประคองกิจการให้อยู่รอดและเติบโตในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวได้ 

"ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการผสานจุดแข็งของกรุงไทย ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และช่องทางการบริการที่หลากหลาย ผนวกกับความแข็งแกร่งในการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศของ AIS ที่พัฒนาบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าของทั้งสององค์กร และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน"


นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสมีนโยบายเดินหน้าพัฒนาบริการดิจิทัลอย่างดีที่สุด  พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากว่า 1 ปี โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าขนาดเล็กตามชุมชนต่างๆ  ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นที่จะใช้จุดแข็งคือ โครงข่ายดิจิทัล รวมถึงฐานลูกค้ากว่า 43.2 ล้านรายเข้าไปเชื่อมต่อเพื่อช่วยเหลือร้านค้ารายเล็ก ที่เป็นเสมือนฟันเฟืองในการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า AIS ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

"การประสานพลังกับธนาคารกรุงไทย ในครั้งนี้จึงถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญยิ่ง ในแง่ของการทุ่มเทสรรพกำลังของผู้นำด้านโทรคมนาคมกับผู้นำภาคการเงินธนาคาร ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เปิดตัวโครงการ "พอยท์เพย์" ที่เสมือนหนึ่งการใช้ เอไอเอส พอยท์เข้ามาช่วยชาติ โดยกระตุ้นพลังการใช้จ่ายจากลูกค้า AIS กว่า 43.2 ล้านราย ให้หันมาช่วยกันซื้อสินค้าจากร้านค้าถุงเงินรายย่อย เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมช่วยลดภาระและบรรเทาค่าใช้จ่ายของลูกค้า AIS ผ่านการใช้พอยท์เป็นส่วนลดแทนเงินสด"


ทั้งนี้ ลูกค้า AIS  สามารถใช้ AIS Points เป็นส่วนลดแทนเงินสด (มูลค่า 2 พอยท์ = 1 บาท) โดยสามารถเลือกชำระด้วยพอยท์ได้เต็มจำนวนที่ใช้จ่ายแบบไม่ต้องใช้เงินสด จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันลูกค้าที่อยู่ในโปรแกรม AIS Points มีกว่า 17 ล้านคน  สำหรับร้านค้าที่สมัครแอปพลิเคชันถุงเงินอยู่แล้ว จะได้รับการอัพเดทเมนูใหม่ "พอยท์เพย์" หลังจากกดยืนยันสามารถรับชำระโครงการ "พอยท์เพย์" ได้ทันที โดยเอไอเอส และ ธนาคารกรุงไทย ได้เริ่มเปิดบริการเฟสแรก แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซด์ธนาคารกรุงไทย  และ เว็บไซด์เอไอเอส

9


การปั่นหุ้นในหลายคดีมีกรรมการบริษัทจดทะเบียนเป็นหัวโจก หรือหัวหน้าแก๊ง และกฎหมายขีดวงลงโทษเฉพาะบุคคลที่กระทำความผิดซื้อหวยออนไลน์เท่านั้น โดยที่กรรมการบริษัทฯ รายอื่นไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

เช่นเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) การขึ้นบัญชีดำ ลงโทษเฉพาะกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่กระทำความผิด เป็นบุคลากรในตลาดทุนเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงกรรมการบริษัทฯ คนอื่นๆ

ทั้งที่กรรมการบริษัททั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือกรรมการอื่นๆ ควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบกับกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่กระทำผิด โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหุ้น ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประชาชนในวงกว้าง

จะอ้างว่ากรรมการบริษัทจดทะเบียนไม่รู้ไม่เห็นพฤติกรรมการปั่นหุ้น ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่น่าจะถูกเสียทีเดียว

เพราะหุ้นตัวใดที่มีการปั่น ทำไมกรรมการบริษัทจดทะเบียนจะไม่รู้ ในเมื่อเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดและทำงานร่วมกัน และรู้พฤติกรรมกันดี

กรรมการบริษัทจดทะเบียนบางคนมีจิตสำนึกดี มีศักดิ์ศรี ตระหนักในความรับผิดชอบต่อสังคม จะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาแทนประชาชนผู้ลงทุน โดยจะไม่ร่วมสังฆกรรมบริษัทจดทะเบียนที่ไร้ธรรมาภิบาล มุ่งเอาเปรียบนักลงทุน ทั้งการใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น หรือปั่นหุ้น

กรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ดี แสดงสปิริต โดยลาออกจากตำแหน่ง หากกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนกระทำความผิด

แต่กรรมการบริษัทจดทะเบียนจำนวนไม่น้อยเป็นเพียงมือปืนรับจ้าง ไม่มีสำนึกของมืออาชีพ ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีความตระหนักในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน และยอมเป็นหุ่นเชิดให้แก๊งปั่นหุ้น เพื่อแลกเศษเงินปีละไม่กี่แสนหรือไม่กี่ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์ไม่ควรต้องใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนแต่อย่างใด หากกรรมการบริษัทจดทะเบียนมีความเป็นมืออาชีพ และมีจิตสำนึกในการรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนส่วนใหญ่

แต่เพราะการไร้สำนึกของกรรมการบริษัทจดทะเบียน ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะปีนี้ ซึ่งมีหุ้นที่อยู่ในข่ายการสร้างราคานับ 100 บริษัท

แม้ฐานะการเงินย่ำแย่ หุ้นบางตัวถูกติดเครื่องหมาย C ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องหลายปี และไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งทะยานร้อนแรงอย่างไร้เหตุผล

หุ้นบางตัวเคยถูกดำเนินคดีในความผิดปั่นหุ้น แต่ราคากลับถูกลากขึ้นโดยไม่มีปัจจัยใดสนับสนุน

หุ้นนับ 10 ตัวถูกตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายเพื่อดับความร้อนแรงของราคา แต่กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการลากราคาหุ้นยังไม่หยุดพฤติกรรม ลากราคาหุ้นขึ้นต่อไป โดยไม่สนใจการถูกตรวจสอบการซื้อขายหรือถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด

ตั้งแต่ต้นปีมีหุ้นนับ 100 บริษัทที่ถูกประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขาย เพราะราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างผิดปกติ และถูกจับตาว่าน่าจะมีกลุ่มคนเข้าไปสร้างราคา

คำถามคือ คณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขาย มีสำนึกความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงทุนที่เข้ามาซื้อขายหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ตัวเองนั่งเป็นกรรมการอยู่หรือไม่

มีความรู้สึกละอายบ้างหรือไม่ที่นั่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายการปั่นหุ้น

คิดบ้างไหมว่ากำลังทำตัวเป็นลูกสมุนรับใช้แก๊งปั่นหุ้น ซึ่งปล้นเงินประชาชนผู้ลงทุน

และมีความตระหนักบ้างหรือไม่ ในการช่วยเหลือผู้ลงทุนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งปั่นหุ้น หรือก้มหน้าก้มตารับเงินที่แก๊งปั่นหุ้นประเคนให้เพียงอย่างเดียว

ถ้ากรรมการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่หรือทั้งหมดไม่เห็นแก่เงิน ไม่ยึดแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว แต่มีจิตสำนึกถึงความเสียหายของประชาชนผู้ลงทุน โดยคิดว่า นักลงทุนทุกคนคือคนในครอบครัวเดียวกันที่จะต้องปกป้องคุ้มครอง การลงทุนในตลาดหุ้นคงบริสุทธิ์ยุติธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่

แก๊งปั่นหุ้นในชุดสูท ภายใต้คราบกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนคงไม่มีที่ยืนในตลาดหุ้น และไม่สามารถสร้างหายนะให้นักลงทุนได้

แต่เพราะกรรมการบริษัทจดทะเบียนบางส่วนไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีความเป็นมืออาชีพ แต่เป็นเพียงมือปืนรับจ้างขาดสำนึกในความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงทุน

ทุกวันนี้หุ้นปั่นจึงเต็มไปหมด และไม่มีกรรมการบริษัทจดทะเบียนหน้าไหนแสดงความละอายที่ทำงานรับใช้แก๊งปั่นหุ้น

บรรดากรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ถูกตลาดหลักทรัพย์ประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายหุ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคยถามตัวเองบ้างไหม

คุ้มหรือไม่กับอาชีพรับจ้างเป็นหุ่นเชิด เพียงเพื่อแลกเศษเงินจากแก๊งปั่นหุ้นในคราบผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน

10


ธนาคารซิตี้แบงก์ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศ และสินเชื่อการค้า (Treasury and Trade Solutions) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่สำหรับลูกค้าสถาบันและองค์กรให้สามารถดำเนินการชำระเงินระหว่างประเทศได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นผ่าน “ศูนย์จัดการเอกสารดิจิทัล ซิตี้ไดเรกต์บีอี” (CitiDirect BE® Document Center) โดยเปลี่ยนการใช้เอกสารแบบกระดาษให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อปรับลดกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินระหว่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยพร้อมให้บริการในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทั้งนี้บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของซิตี้ที่จะเปลี่ยนระบบการดำเนินงานทั่วโลกให้เป็นระบบดิจิทัล โดยธนาคารฯ ได้เปิดตัวศูนย์จัดการเอกสารนี้เป็นครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้เมื่อเดือนมีนาคม 2564
ทั้งนี้ “ซิตี้ไดเรกต์บีอี” (CitiDirect BE®) เป็นแพลตฟอร์มธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ของซิตี้สำหรับลูกค้าสถาบัน โดยศูนย์เอกสาร (Document Center) จะทำหน้าที่เป็นช่องทางการส่งเอกสารดิจิทัล และจัดการกับกระบวนการต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศ
นายอามิต อการวาล ผู้บริหารระดับโลกฝ่ายการชำระเงินระหว่างประเทศ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ธุรกรรมการชำระเงินเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับซิตี้ในการเป็นดิจิทัลแบงก์กิ้ง โดยการเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัลที่มากขึ้นนี้ทำให้ซิตี้สามารถนำเสนอบริการใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ซิตี้สร้างประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะการชำระเงินระหว่างประเทศซึ่งเป็นธุรกรรมที่มีความซับซ้อน ซึ่งซิติ้ได้พัฒนากระบวนการทำธุรกรรมดังกล่าวให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าเพื่อให้ทันกับโลกที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างสูงในปัจจุบัน ดังนั้นซิตี้จึงได้ลงทุนในดิจิทัลโซลูชันที่จะมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้สามารถเคลื่อนย้ายทุกสกุลเงินได้ตลอดเวลาในทุกช่องทาง
“ศูนย์เอกสาร” (Document Center) นี้จะช่วยจัดการเอกสารให้สมบูรณ์ มีการจัดการและติดตามแบบดิจิทัล โดยลูกค้าจะได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร ระเบียบข้อบังคับ และข้อกำหนดด้านข้อมูลสำหรับประเภทการชำระเงินต่าง ๆ ล่วงหน้า ทั้งนี้บริการเบ็ดเสร็จในการติดต่อเพียงครั้งเดียวช่วยสร้างความชัดเจนระหว่างคำสั่งชำระเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์ที่สะดวกและง่ายดายต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถติดตามสถานะของเอกสารบนแพลตฟอร์มโดยใช้ Citi® Payment Insights ด้วยการเข้าถึงการรายงานและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเงินสดและธุรกรรมระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นายซานจีฟ เจน ผู้บริหารฝ่ายการชำระเงินและลูกหนี้ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การทำธุรกรรมของธนาคารกำลังเปลี่ยนไปเป็นตลอดเวลา หรือ 24/7 โดยการเปิดตัวบริการการชำระเงินของซิตี้ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนลูกค้าในยุคการค้าดิจิทัลที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถประมวลผลการชำระเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในขณะที่ยังสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ อีกทั้งกระบวนการดังกล่าวมีความโปร่งใสและช่วยลดความยุ่งยาก ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการการดำเนินงานในแต่ละวันเป็นไปอย่างสะดวกและดียิ่งขึ้น

นายแพทริค โอนีลล์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการเงินสด การค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อการค้า ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้แบงก์มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับลูกค้าองค์กร ภาครัฐ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมการพัฒนาแพลตฟอร์มการดำเนินงานระดับโลกเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการให้กับลูกค้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และการเชื่อมต่อทางดิจิทัลที่ราบรื่นผ่านระบบอีโคซิสเท็มทั้งกับพันธมิตรและลูกค้า โดยซิตี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้สู่ประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนา และนำเสนอดิจิทัลโซลูชันที่หลากหลาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกประเภท

11
นมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet  ชอบหวานน้อย นมเน้นๆ มีแคลเซียม ต้องลอง นมอัดเม็ด milk tablet หลายเจ้าในตลาดมากมาย แต่ทำไมนมอัดเม็ดไทยชอง milk tabletแจ้งเกิดเป็นนมอัดเม็ดดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะ ความนัวนม ย้ำว่านัวนมๆจริง และรสชาติหวานน้อย ที่เอาใจคนที่หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น รสชาติไม่หวานเลี่ยน การันตีไม่หวานแหลมแสบคอ  นมก็นมแท้ๆแน่นๆ จากนิวซีแลนด์ มี 2 ขนาดให้เลือก 





1.นมอัดเม็ดไทยชอง  milk tablet ขนาด 20 กรัมเป็นรูปซองขวด 1 ซองมี 15 เม็ด ขายปลีกซอง 12 บาท ฮัลโล ไม่แพงน้า รสชาติต้องได้ลอง เลือกคุณภาพ ประโยชน์ และ อร่อยด้วย คุ้มค่า

 

2.นมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet ขนาด 27 กรัม ซองสี่เหลี่ยม ตกซองละ 18 บาท 
จะซื้อแบบกล่อง หรือ ซื้อแบบซองก็ได้ แบบกล่องซื้อไปเป็นของขวัญของใกเก๋ไก๋ ดูดีมีราคา เพราะแพคเกจเค้าน่ารักเว่อร์ 
 


นมอัดเม็ด milk tabletเป็นขนมทีมีประโยชน์นะคะ ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอัดเม็ดไทยชอง milk tabletใช้นมแท้ๆ คุณภาพดีมาเป็นส่วนผสมหลักที่เข้มข้น ทำให้คนทานได้ แคลเซียมและวิตามินบี 2  ใครที่เน้นดูแลเรื่องกระดูกและฟัน และ ลดหวานเพื่อสุขภาพ แนะนำมากๆ กับนมอัดเม็ดไทยชอง milk tablet

สั่งซื้อ คลิกเลย >>> https://lin.ee/sSGXFCK 
 

12


กว่าจะเป็นหนึ่งในนักแสดงผู้สวมบทบาท “เจมส์ บอนด์” ที่ได้รับเสียงชมมากที่สุด “แดเนียล เคร็ก” กลับเคยคิดถอนตัวจากบทนี้ เพราะกระแสวิจารณ์ในแง่ลบ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจ และบานปลายไปถึงสภาพร่างกายของเขาด้วย

ในตอนที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า แดเนียล เคร็ก คือผู้ที่จะมารับบท เจมส์ บอนด์ แทน เพียร์ซ บรอสแนน ได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเขาไม่คู่ควรกับบทนี้ จนทำให้เขาแทบจะรับกับกระแสวิจารณ์ไม่ได้ และเคยคิดว่าจะถอนตัวมาแล้ว

“ชีวิตของผมได้รับผลกระทบจากชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งตัว ผมแทบจะขังตัวเอง ไม่เจอผู้คน เหมือนอยู่ในความฝัน” เคร็ก บอกในการให้สัมภาษณ์ในสารคดี Being James Bond ที่ออกฉายทาง Apple TV+ “เรื่องนี้กระทบกับผมทั้งทางจิตใจ และร่างกาย ผมไม่ค่อยชอบการมีชื่อเสียงขึ้นมาทันทีทันใดแบบนี้ อยู่อ่านคอมเมนต์จนดึง อ่านทุกอย่าง เพราะอยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และมันก็หนักจริง ๆ หนักมา ๆ มีแต่ความเกลียดชัง”

แต่สุดท้าย แดเนียล เคร็ก ก็ก้าวผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้ เพราะความเชื่อมั่นที่ได้อ่านบท และรู้สึกทันทีว่าหนังมันจะต้องออกมาดีแน่ ๆ “จนผมตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน และรู้ทันทีว่าหนังจะต้องออกมาดีแน่ เรากำลังทำอะไรที่พิเศษกันอยู่”

โดย No Time to Die หนัง เจมส์ บอนด์ เรื่องสุดท้ายที่ แดเนียล เคร็ก แสดงน้ำจะมีกำหนดเข้าฉาย พร้อมกันหลายประเทศในปลายเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้ โดยหนังใช้ทุนสร้างสูงถึงเกือบ 300 ล้านเหรียญฯ และถูกเลื่อนฉายหลายรอบเพราะ COVID-19 มาตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งถ้าหนังเข้าฉายไปเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะมีการประกวดผู้ที่จะได้มารับบทเป็น 007 คนต่อไปตามมาในเร็ว ๆ นี้

13


 "ttb analytics" คาดหนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 93.0% ในสิ้นปี 64 เพิ่มจากไตรมาส 1 /64 ที่ 90.2% และสิ้นปี 62 ที่ 80% เหตุโควิดยืดเยื้อรุนแรงขึ้น ดันหนี้เพื่อการบริโภคสูงขึ้น หวั่นกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ชี้ทางออก เร่ง"ปรับโครงสร้างหนี้"ตรงจุดและ"รวบหนี้" แก้ไขปัญหาระยะยาว

หนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันอยู่ในภาวะเปราะบาง ด้วยสัดส่วนหนี้เพื่อการบริโภคที่สูงขึ้นจึงเป็นปัญหากระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทางออกคือการปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงจุดและเน้นการรวบหนี้เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันโดยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 หนี้ครัวเรือนของไทยมีการปรับตัวสูงมากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 80% ของจีดีพี ณ สิ้นปี 2562 เป็น 90.5% ของจีดีพี ณ ไตรมาส 1/2564 และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศระลอกสามที่ลุกลามยืดเยื้อมาจนถึงครึ่งหลังของปี 2564 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ  ttb analytics คาดการณ์ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 93.0% ณ สิ้นปี 2564

โดยปริมาณหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพี ที่เร่งขึ้นเร็วในช่วงวิกฤตนี้เกิดจาก 1. ความจำเป็นในการก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากขาดหรือมีสภาพคล่องในครัวเรือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย หลังจากที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติในช่วงล็อกดาวน์ การถูกปรับลดเงินเดือนบางส่วนลง รวมถึงการถูกเลิกจ้าง 2. รายได้ที่ลดลงมากเมื่อเทียบกับหนี้ที่เพิ่มขึ้นเร็ว สะท้อนจากหนี้ครัวเรือนไทย ณ ต้นปี 2564 ที่ขยายตัวร้อยละ 4.6 จากระยะเดียวกันกับปี 2563 ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะซบเซา


ทั้งนี้ สังเกตได้ว่า ในหลายประเทศก็ประสบปัญหาการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้ครัวเรือนเช่นเดียวกัน โดยเกาหลีใต้มีหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจาก 93.9% ของจีดีพี เป็น 103.8% ณ ต้นปี 2564 และมาเลเซียที่เพิ่มจาก 82.7% เป็น 93.2% ในปัจจุบัน โดยไทยมีปริมาณหนี้ครัวเรือนอยู่อันดับที่ 17 ของโลก ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน คือ เกาหลีใต้และมาเลเซีย ซึ่งอยู่อันดับที่ 9  และ 14 ตามลำดับ แต่สูงกว่าหนี้ครัวเรือนของสิงคโปร์ซึ่งอยู่อันดับที่ 26 ของโลก  

จึงเห็นได้ว่านอกจากหนี้ครัวเรือนของไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังถือว่ามีปริมาณภาระหนี้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%


ประเมินความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนไทยเทียบต่างประเทศ

ด้านประเภทของหนี้ครัวเรือนไทยประกอบไปด้วย สัดส่วนหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 47% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด อาทิ หนี้บ้านและรถยนต์ และสัดส่วนหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 35% อาทิ หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป รวมถึงหนี้เพื่อการศึกษา และส่วนที่เหลืออีก 18% เป็นหนี้รายย่อยเพื่อธุรกิจครัวเรือน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงในระดับโลกใกล้เคียงกันกับไทยเพื่อให้เห็นภาพรวม โดยคำนวณเฉพาะหนี้บ้านต่อหนี้ครัวเรือนทั้งหมด (ไม่รวมหนี้ยานพาหนะ เพราะมีข้อจำกัดของการเข้าถึงข้อมูลสินเชื่อรถยนต์ในบางประเทศ) พบว่า ในต่างประเทศครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นประเภทหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในระดับสูงกว่าไทย อาทิ เกาหลีมีสัดส่วนหนี้บ้านสูงถึง 56% ขณะที่สิงคโปร์และฝรั่งเศส นอกจากจะมีหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีต่ำกว่าไทยแล้ว ยังไม่มีสัดส่วนหนี้อสังหาฯ สูงกว่าด้วย ยกเว้นมาเลเซียที่มีสัดส่วนหนี้บ้านใกล้เคียงกับไทย สะท้อนให้เห็นว่า หนี้ครัวเรือนของไทยมีความเสี่ยงต่อความเปราะบางทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่นที่มีอันดับหนี้ในระดับต้นๆ ของโลกใกล้เคียงกัน

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%

 

คุณภาพหนี้ครัวเรือนที่แท้จริง และประสิทธิภาพการช่วยเหลือแก้ไขหนี้

ในส่วนของคุณภาพหนี้ครัวเรือนนั้น เป็นผลโดยตรงมาจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ที่รุนแรงและลากยาวนับแต่ปลายปี 2563 ส่งผลซ้ำเติมปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่แล้วในระดับสูง โดยเมื่อดูข้อมูลหนี้รายย่อยที่ได้ขอเข้าโครงการรับการช่วยเหลือ (รวม SFI) ณ เดือนมิถุนายน 2564  พบว่ามีปริมาณสูงถึง 11% ของจีดีพี ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องชี้วัดสำคัญ คือ หนี้ stage 3 หรือเอ็นพีเอล ที่มีอยู่ไม่ถึง 1% ของจีดีพี และหนี้ใน Stage 2 หรือสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต ที่มีอยู่เพียง 2.2% ของจีดีพี สะท้อนให้เห็นว่า คุณภาพหนี้ครัวเรือนของไทยในความเป็นจริงแย่ลงมากกว่าที่สามารถสะท้อนได้จากเครื่องชี้วัดหลักดังเช่น เอ็นพีเอล

 

เมื่อพิจารณาเป็นประเภทหนี้ที่มาขอรับความช่วยเหลือล่าสุด สำหรับลูกหนี้ของกิจการธนาคารพาณิชย์ กิจการไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) และธนาคารเฉพาะกิจ (SFI) ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 พบว่า อันดับแรกเป็นหนี้ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก (ยอดขอความช่วยเหลือรวมอยู่สูงถึง 4.5% ของจีดีพี เทียบกับยอดเอ็นพีเอลที่ 0.6% ของจีดีพี) รองลงมาเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล (ยอดขอความช่วยเหลือรวม 5.3% เทียบกับยอดเอ็นพีเอล 0.2%) และอันดับสามเป็นหนี้รถยนต์ (มูลค่าขอความช่วยเหลือ 1.1% เทียบกับยอดเอ็นพีเอลที่ 0.1%) โดยกลุ่มลูกหนี้ที่มาขอความช่วยเหลือมักเป็นลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ในลักษณะเชิงป้องกัน (Pre-emptive) อย่างทันท่วงที จะส่งผลให้เกิดหนี้เสียเป็นวงกว้างและกระทบต่อเสถียรภาพการเงินและระบบสถาบันการเงินโดยรวมของไทยได้ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเป็นหนี้ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Unsecured loan) และมีสัดส่วนค่อนข้างใหญ่ในโครงสร้างสินเชื่อครัวเรือนของไทย

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีทีบี ชี้พิษโควิดดันหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้พุ่งแตะ 93.0%

การวางแผนแก้ไขหนี้ครัวเรือนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นเพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะตึงตัวทางการเงินของลูกหนี้ในระยะสั้น และเพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การชำระหนี้ทั้งหมดได้ หลังการแพร่ระบาดยุติลงในระยะยาว โดยสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย (Tailor-made) และไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจเลี่ยงชำระหนี้อย่างไม่เหมาะสม (Moral hazard) เมื่อเปรียบเทียบแนวทางสำคัญในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท. และประเทศอื่นในภูมิภาค พบว่ามีความสอดคล้องกันในหลายด้าน ได้แก่

การเติมสภาพคล่องให้ลูกหนี้รายย่อยเพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เช่น ธนาคารกลางเกาหลีได้ขยายกรอบวงเงินช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีและเจ้าของธุรกิจส่วนบุคคลรายย่อย ส่วน ธปท. ได้ขยายเพดานวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับลูกหนี้ที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ
การลดภาระค่าผ่อนต่องวดลง ตามการเจรจาร้องขอของลูกหนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย (Tailor-made) อาทิ มาเลเซียที่ลดค่างวดตามสถานะการจ้างงานและรายได้ สิงคโปร์ที่ลดค่างวดสำหรับหนี้บ้านซึ่งมีสัดส่วนสูงในหนี้ครัวเรือน รวมถึงการช่วยเหลือเฉพาะหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ ธปท. ให้ส่วนลดดอกเบี้ยตามยอดชำระค่างวดใหม่ที่เลือก เพื่อเป็นแรงจูงใจแก้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการแก้หนี้ ให้พยายามชำระหนี้ตามความสามารถ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี
การเร่งปรับโครงสร้างหนี้  ทั้งการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้จากระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาว ก่อนที่จะเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้ได้ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางทั่วไปที่สอดคล้องกันในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย
การรวบหนี้ โดยเฉพาะการนำหนี้ไม่มีหลักประกันมารวมกับหนี้มีหลักประกัน และขยายระยะผ่อนชำระ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย เพื่อรองรับการปรับโครงแก้ไขหนี้ระยะยาวอย่างยั่งยืน
 

สุดท้ายนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยในสถานการณ์โควิด นอกจากจะอาศัย ธปท. และภาคธนาคารให้การช่วยเหลือผ่านการลดภาระและปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ  ปัญหาเศรษฐกิจที่จะยังคงซบเซาไปอีก 2 ปีข้างหน้า และการให้ความรู้ทางการเงินแก่ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะการทำอย่างไรที่จะให้การก่อหนี้กลับมาเป็นการสร้างประโยชน์ และสร้างโอกาสในการหารายได้ซึ่งจะช่วยปลดภาระหนี้ได้ในระยะยาว

14


ทีมนักหวดลูกสักหลาดทีมชาติไทย ยังคงทำการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องอยู่ที่เมืองคอเลง ประเทศเดนมาร์ก ก่อนแข่งขันกับ ทีมชาติเดนมาร์ก ในศึกเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รายการ "เดวิส คัพ บาย ราคูเท็น 2021" เวิลด์กรุ๊ป 2 ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.2564 ณ ซิดแบงก์ อารีน่า ในเมืองคอเลง และล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2564 ได้ลงคอร์ตซ้อมที่คอเลง เทนนิสคลับ เป็นวันที่สามแล้ว ฝึกซ้อมตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเวลาที่คอเลง เดนมาร์ก ช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง

การฝึกซ้อมดังกล่าว นอกจาก 3 นักหวดดาวรุ่ง "บูม" กษิดิศ สำเร็จ, "สอง" ยุทธนา เจริญผล และ "แซค" ฐานทัพ สุขสำราญ ยังมี "เน็ต" พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ มืออันดับ 2 ของไทย และมืออันดับ 1098 ของโลก ที่เพิ่งเดินทางมาถึงเดนมาร์ก ได้ลงสนามฝึกซ้อมด้วย ภายใต้การดูแลของ พันเอก วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ผู้จัดการทีม, ดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ กัปตันทีม, พันตรี วิทยา สำเร็จ ผู้ฝึกสอน และสิบตำรวจตรี วีรภัทร สิริจริยาพร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

ดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ กัปตันทีมไทย กล่าวว่า สำหรับสนามแข่งขันครั้งนี้จะใช้ฮาร์ดคอร์ต ในร่ม ซึ่งเชื่อว่านักกีฬาเทนนิสไทยมีความถนัดอยู่แล้ว เพราะเล่นบนฮาร์ตคอร์ตโดยตลอด ฉะนั้นเรื่องการปรับตัวกับสภาพสนาม ทีมไทยมีเวลาซ้อมที่สนามแข่งขันจริง 3 วัน จึงเชื่อว่านักกีฬาทุกคนมีความพร้อม และคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาอุปสรรคในเรื่องของพื้นสนาม นอกจากนั้นนักกีฬาก็ได้ฝึกซ้อมกับลูกเทนนิสที่จะใช้ในการแข่งขันแล้วด้วย โดยเท่าที่ได้สอบถามกับนักกีฬาทุกคนมีความพร้อมสำหรับการลงสนามแข่งขันในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้

"ผู้พันหลอด" พันเอก วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะผู้จัดการทีมไทย กล่าวว่า ทางทีมได้เตรียมตัวไปฝึกซ้อมสนามแข่งขันจริงที่ซิดแบงก์ อารีน่า ในวันที่ 14-16 ก.ย.นี้ โดยทีมไทยได้โปรแกรมซ้อมสลับกันกับทีมเดนมาร์ก เป็นการซ้อมช่วงเช้าและบ่าย รวมวันละ 5 ชั่วโมง ส่วนการจับสลากประกบคู่การแข่งขันจะดำเนินการ วันที่ 16 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น 12.00-13.00 น. ที่ซิดแบงก์ อารีน่า เช่นเดียวกัน

ผู้จัดการทีมเดวิสคัพไทย กล่าวอีกว่า สำหรับการแข่งขันจะเริ่มวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เวลา 16.00 น. เป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวสลับมือ ส่วนวันที่ 18 ก.ย. จะเริ่มแข่งขันตามเวลาท้องถิ่น 12.00 น. เริ่มจากประเภทคู่ ตามด้วยประเภทเดี่ยวชนมือ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด ทีมไทยเชื่อมั่นว่าทำได้ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนชาวไทย และแฟนกีฬาเทนนิสไทย ช่วยกันส่งกำลังใจแรงใจช่วยเชียร์ ซึ่งนักเทนนิสไทยและเจ้าหน้าที่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

15


นายสุเรศพล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการ บมจ.อกริเพียว โฮลดิ้งส์ (APURE) เปิดเผยว่า บริษัทคาดยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง 64 มีแนวโน้มเติบโต 20-30% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เป็นไปตามปริมาณคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพอากาศในต่างประเทศยังเป็นตัวแปรที่ส่งผลกระทบให้ผลผลิตข้าวโพดมีราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้องมีการนำเข้าข้าวโพดหวานเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมียอดออเดอร์ที่เตรียมส่งมอบแล้ว 1,400-1,500 ตู้คอนเทนเนอร์

ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปในครึ่งปีหลัง ทั้งในตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงในตลาดเอเชีย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดังกล่าวที่เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น

"บริษัทได้มีการทำสัญญากับเกษตรกร (Contract Farming) สัดส่วนมากกว่า 90% ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณข้าวโพดเข้าไลน์การผลิตได้มากถึง 300,000 ตันต่อปี จากเดิม 150,000-180,000 ตันต่อปี ดังนั้น จะเห็นได้ว่าบริษัทยังมีขีดความสามารถในการขยายการรับออเดอร์ใหม่ๆได้อย่างต่อเนื่อง จากดีมานด์การสั่งซื้อ โดยเฉพาะในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ เนื่องจากระดับราคาของบริษัทฯสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานของไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศยังได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศ เนื่องจากคุณภาพและรสชาติสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในต่างประเทศเป็นอย่างดี จนประสบความสำเร็จในการเข้าไปขายในตลาดวอลมาร์ท (Walmart)" นายสุเรศพล กล่าว

สำหรับตลาดในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ อย่างห้างสรรพสินค้า โดยล่าสุดได้มีการส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อทดลองให้กลุ่มลูกค้าดังกล่าว คาดว่าดีลดังกล่าวจะสรุปได้ในเร็วๆนี้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถขยายช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายสู่ยุโรปได้เพิ่มขึ้น

ส่วนตลาดในเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีนนั้น แม้ค่าระวางเรือจะปรับตัวสูงขึ้นมาค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับการขนส่งไปยังฝั่งทวีปอเมริกาใต้ สหภาพยุโรป สหรัฐ และ อินเดีย ดังนั้นจึงทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมียอดขายเติบโตตามเป้าที่วางไว้

"บริษัทยังต้องติดตามค่าระวางเรืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องยอมรับว่าผลกระทบจากค่าระวางเรือเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ลูกค้าบางรายมีต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น ดังนั้นโดยส่วนตัวมองว่าหากสถานการณ์การขาดแคลนด์ตู้คอนเทนเนอร์และค่าขนส่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่ บริษัทฯมีโอกาสขยายตัวได้อย่างมาก เพราะลูกค้าในปัจจุบันนิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าวโพดที่มาจากประเทศไทย เพราะมั่นใจคุณภาพและรสชาติ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดส่งผลให้แบรนด์สินค้าของบริษัทเป็นที่รู้จักและที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศอย่างมาก"นายสุเรศพล กล่าว

ด้านความคืบหน้าการเพิ่มกำลังการผลิตนั้น ล่าสุด บริษัทนำเข้าเครื่องจักรมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 60 วัน จะเตรียมเดินเครื่องจักรได้ในช่วงปลายปี 64 ก่อนที่จะใช้กำลังการผลิตได้เต็มกำลัง 2,000-2,500 ตู้คอนเทนเนอร์กลางปี 65 ส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตรวมเป็น 11,500 ตู้คอนเทนเนอร์ เพิ่มขึ้น 25 % จากเดิมที่ 9,000 ตู้คอนเทนเนอร์

ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าไปในช่วงครึ่งปีแรกส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 80-90 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือหากมีก็ไม่สูงมาก โดยบริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงด้านค่าเงินไว้ในปีนี้ 50% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Pages: [1] 2 3 ... 15